หลักสูตรอบรมกระบวนกรนพลักษณ์สำหรับอาจารย์แพทย์ที่ปรึกษา

CPIRD TOT Enneagram · รุ่นที่ 6

Enneagram Facilitator Training Program: Training of Trainers for CPIRD Medical Educators

พัฒนาอาจารย์ให้ใช้ Enneagram เป็นเครื่องมือส่งเสริมการตระหนักรู้ในตนเอง การเข้าใจความแตกต่างระหว่างบุคคล และการเติบโตของนักศึกษาแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์

  • ปลอดภัย
  • ไม่ตีตรา
  • เคารพความเป็นปัจเจกบุคคล
เจ้าของหลักสูตร
MHPD (สพพ.) · CPIRD
รูปแบบ
7 โมดูล · Training of Trainers
ช่วงอบรม
M1–M4 ปี 2570 · M5–M7 ปี 2571

กำหนดการสำคัญ · รุ่นที่ 6

  1. 1
    เปิดรับสมัคร1 ต.ค. – 13 พ.ย. 2569สมัครออนไลน์ด้วยบัญชี Google ที่หน้าใบสมัคร
  2. 2
    สัมภาษณ์15 พ.ย. – 15 ธ.ค. 2569ทีมงานนัดหมายผู้สมัครรายบุคคล
  3. 3
    อบรม 7 ครั้ง + ออนไลน์ 1 ครั้งม.ค. 2570 – 2571Zoom ช่วง ม.ค. 2570 · M1 27 ก.พ.–1 มี.ค. · M2 26–28 มิ.ย. · M3 25–27 ก.ย. · M4 23–26 ธ.ค. 2570 · M5–M7 ปี 2571

สถานที่อบรม ศูนย์ฝึกอบรมงานอภิบาล “บ้านผู้หว่าน” สามพราน นครปฐม · จองห้องพักโทร 0-2429-0124-33

บ้านผู้หว่าน สามพราน นครปฐม ขั้นต้นรับ 40 คน ฟรี สำหรับอาจารย์ศูนย์แพทย์เครือข่าย CPIRD

ภาพรวม & พันธกิจของหลักสูตร

พันธกิจ: พัฒนาอาจารย์แพทย์ที่ปรึกษาให้เป็นกระบวนกรนพลักษณ์ ที่ใช้ Enneagram ส่งเสริมการตระหนักรู้ในตนเอง การเข้าใจความแตกต่างระหว่างบุคคล และการเติบโตของนักศึกษาแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่ปลอดภัย ไม่ตีตรา และเคารพความเป็นปัจเจกบุคคล

หลักสูตรนี้ไม่ได้ออกแบบให้ผู้เรียนเพียง “รู้จัก Enneagram” หรือจดจำลักษณะของคนทั้ง 9 แบบ แต่สร้างเส้นทางที่ค่อย ๆ พัฒนาจากการมองเห็นตนเอง ไปสู่การเป็นกระบวนกรที่สร้างพื้นที่ให้ผู้อื่นสำรวจตนเองได้

หัวใจของการเป็นกระบวนกร

หน้าที่ของกระบวนกร ไม่ใช่การบอกคนอื่นว่าเขาเป็นใคร แต่คือการสร้างพื้นที่และตั้งคำถาม ให้เขาค่อย ๆ ค้นพบแบบแผนของตัวเอง

กระบวนกรอยู่กลางวง ส่งคำถามไปทีละคน — แต่ละคน “สว่างขึ้น” จากการค้นพบของตัวเอง ภายในพื้นที่ที่ปลอดภัย (กดที่คนในวงเพื่อส่งคำถาม)

เป้าหมายของหลักสูตร 3 ระดับ

ทั้งสามระดับซ้อนกันเหมือนวงแหวน — เริ่มจากวงในสุดคือการเข้าใจตนเอง ขยายออกไปสู่การเข้าใจความแตกต่างของผู้อื่น และวงนอกสุดคือการช่วยให้ผู้อื่นค้นพบตัวเอง กดที่วงหรือปุ่มด้านล่างเพื่อดูแต่ละระดับ

ระดับ 1 · Self

Understand Yourself

ก่อนจะเป็นกระบวนกร ผู้เรียนต้องมีประสบการณ์ตรงกับกระบวนการเสียก่อน ต้องสามารถ

  • สังเกตตนเอง
  • เห็น automatic patterns
  • รู้เท่าทัน motivation, emotion และ defense
  • เข้าใจ blind spots ของตนเอง
  • ฝึก presence และ self-awareness
เพราะกระบวนกรที่ยังไม่เห็น pattern ของตนเอง มีโอกาสนำ bias ของตนเข้าไปในกระบวนการสูงมาก
พฤติกรรม “ทำงานหนักมาก” อาจมีแรงขับเบื้องหลังได้หลายแบบ: กลัวทำผิด ต้องการความสำเร็จ ไม่อยากให้ผู้อื่นผิดหวัง หรือต้องการความมั่นคง สิ่งที่เห็น · behavior แรงจูงใจ · motivation ความสนใจ · attention ประสบการณ์ภายใน · inner experience ทำงานหนักมาก กลัวทำผิด ?? อยากประสบความสำเร็จ ?? ไม่อยากให้ใครผิดหวัง ?? ต้องการความมั่นคง ??

ระดับ 2 · ตัวอย่างจาก M3

พฤติกรรมเดียวกัน แรงขับต่างกัน

คนที่ “ทำงานหนักมาก” สองคน อาจมีเหตุผลข้างในที่ไม่เหมือนกันเลย และยิ่งลึกลงไปถึงสิ่งที่ความสนใจถูกดึงไปและประสบการณ์ภายใน ก็ยิ่งมีแต่เจ้าของเรื่องที่รู้

กระบวนกรจึงไม่ได้ฟังเพียง what happened แต่ฟังด้วยว่า why it matters to this person — ลองชี้หรือกดที่แต่ละราก

เส้นทาง 7 โมดูล — จากการรู้จักตนเอง สู่การเป็นกระบวนกรนพลักษณ์

แต่ละโมดูลค่อย ๆ พาลึกขึ้นทีละชั้น

มองเห็นตนเอง เข้าใจแบบแผนและแรงขับภายใน ฟังและสัมภาษณ์ เข้าใจความแตกต่างที่ลึกขึ้น รู้เท่าทันกลไกอัตโนมัติ บูรณาการการรับรู้ เป็นกระบวนกร

ตารางอบรม TOT CPIRD · รุ่นที่ 6

4 โมดูลในปี 2570 · อีก 3 โมดูลในปี 2571 (รอกำหนดวัน)

มีอบรมออนไลน์ผ่าน Zoom 1 ครั้งช่วงมกราคม 2570 · กดที่แต่ละจุดเพื่อไปยังรายละเอียดของโมดูลนั้น

บทบาทที่ 1

ผู้เรียนที่สำรวจตนเอง

ได้สัมผัสกระบวนการด้วยตัวเองก่อน — เห็นแบบแผน แรงขับ และกลไกของตนเองจากประสบการณ์ตรง

บทบาทที่ 2

กระบวนกรที่สร้างพื้นที่

เรียนรู้ไปพร้อมกันว่าจะสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัย ให้ผู้อื่นสำรวจตนเองได้อย่างไร

  1. M1 · มองเห็นแบบแผนของตนเอง

    เริ่มจากตัวเรา ไม่ใช่รีบมองว่าคนอื่นเป็นลักษณ์อะไร

    27 ก.พ. – 1 มี.ค. 2570
    Basic Enneagram
    เบื้องหลังโมดูล และบทเรียนสำหรับกระบวนกรBasic Enneagram

    ไม่ใช่ “ฉันเป็นเบอร์อะไร” แต่คือ “ตอนนี้ฉันกำลังตอบสนองจากความเคยชินอะไร”

    การจะเป็นกระบวนกรนพลักษณ์ที่ดี เริ่มจากการไม่ได้รีบมองว่า “คนอื่นเป็นลักษณ์อะไร” แต่ต้องเริ่มจากการเห็นแบบแผนของตนเองก่อน โมดูลแรกจึงพาผู้เรียนทำความเข้าใจโครงสร้างพื้นฐานของ Enneagram ทั้ง 9 ลักษณ์ โดยเน้นว่า Enneagram ไม่ใช่กล่องสำหรับจัดประเภทคน แต่เป็น “แผนที่ของแบบแผนอัตโนมัติ” ที่ช่วยให้เราสังเกตว่า ความคิด ความรู้สึก และการตอบสนองบางอย่างเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในตัวเราอย่างไร

    หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่การตอบให้ได้ว่า “ฉันเป็นเบอร์อะไร” แต่คือการเริ่มเห็นว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์หนึ่งขึ้น เรากำลังมองโลกผ่านกรอบแบบใด และตอบสนองจากความเคยชินอะไร การเรียนรู้จะเชื่อมกับการฝึกความรู้สึกตัวและการเจริญสติ เพื่อให้ผู้เรียนค่อย ๆ เห็นความคิดก่อนที่จะเชื่อมัน เห็นอารมณ์ก่อนที่จะถูกมันพาไป และเห็นแรงผลักดันก่อนที่จะกลายเป็นพฤติกรรม

    สำหรับกระบวนกร

    โมดูลนี้วางรากฐานสำคัญว่า หน้าที่ของ facilitator ไม่ใช่การบอกคนอื่นว่าเขาเป็นใคร แต่คือการสร้างพื้นที่และตั้งคำถามให้ผู้เรียนค่อย ๆ ค้นพบแบบแผนของตัวเอง

    แนวคิด9 ลักษณ์ · แผนที่ของแบบแผนอัตโนมัติ · ความรู้สึกตัวและการเจริญสติ ทักษะกระบวนกรสร้างพื้นที่ · ตั้งคำถามให้ค้นพบเอง
    ดู 9 จุดบนแผนที่นพลักษณ์ →
  2. M2 · เข้าใจว่าบุคลิกภาพไม่ได้หยุดนิ่ง

    ทำไมคนลักษณ์เดียวกันจึงยังแตกต่างกันมาก

    26–28 มิ.ย. 2570
    Wings & Arrows
    เบื้องหลังโมดูล และบทเรียนสำหรับกระบวนกรWings & Arrows

    Enneagram ไม่ได้มองบุคลิกภาพเป็นกล่องตายตัว แต่เป็นโครงสร้างที่เคลื่อนไหวและมีอิทธิพลต่อกัน

    หลังจากเริ่มเห็นลักษณ์หลักของตนเอง ผู้เรียนมักพบคำถามสำคัญว่า “ทำไมคนที่เป็นลักษณ์เดียวกันจึงยังแตกต่างกันมาก?” โมดูลนี้จึงพาไปสำรวจ Wings และ Arrows ซึ่งช่วยให้เห็นว่า Enneagram ไม่ได้มองบุคลิกภาพเป็นกล่องตายตัว แต่เป็นโครงสร้างที่มีความเคลื่อนไหวและมีอิทธิพลระหว่างลักษณ์ต่าง ๆ

    Wings ช่วยให้ผู้เรียนสังเกตอิทธิพลจากลักษณ์ข้างเคียง และเห็นความละเอียดของการแสดงออกภายในลักษณ์เดียวกัน ส่วน Arrows ชวนให้สังเกตว่า เมื่อบริบทภายในเปลี่ยน เช่น เมื่อรู้สึกกดดัน ปลอดภัย มั่นคง หรือได้รับการสนับสนุน รูปแบบการคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมของเราก็อาจเปลี่ยนไปด้วย

    สำหรับกระบวนกร

    นี่เป็นบทเรียนสำคัญเรื่อง การไม่รีบสรุปคนจากพฤติกรรมที่เห็นเพียงบางช่วงเวลา เพราะพฤติกรรมของคนหนึ่งอาจได้รับอิทธิพลจากปีก จากสถานการณ์ หรือจากภาวะภายในที่กำลังเกิดขึ้น โมดูลนี้จึงฝึกทั้งการสังเกตความแตกต่างอย่างละเอียด และการตั้งคำถามที่ช่วยให้ผู้เรียนค้นพบ pattern ด้วยตนเอง

    แนวคิดWings · Arrows · บุคลิกภาพที่เคลื่อนไหว ทักษะกระบวนกรไม่รีบสรุปคน · สังเกตอย่างละเอียด
    ลองสำรวจปีกและลูกศรบนแผนที่ →
  3. M3 · ฟังให้ลึกกว่าพฤติกรรม

    จุดเปลี่ยนจากการเรียนเพื่อตนเอง สู่บทบาทกระบวนกร

    25–27 ก.ย. 2570
    Typing Interview
    เบื้องหลังโมดูล และบทเรียนสำหรับกระบวนกรTyping Interview

    ไม่ใช่การ “ทายให้ถูกว่าเป็นเบอร์อะไร” แต่คือการฟังโลกภายในของคนหนึ่งคนอย่างลึกซึ้ง

    การสัมภาษณ์เพื่อสำรวจลักษณ์ไม่ใช่การตั้งคำถามเพื่อ “ทายให้ถูกว่าอีกฝ่ายเป็นเบอร์อะไร” แต่เป็นการฝึกฟังโลกภายในของคนหนึ่งคนอย่างลึกซึ้ง โมดูลนี้จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากการเรียนรู้ Enneagram เพื่อตนเอง ไปสู่การใช้ Enneagram ในฐานะกระบวนกร

    ผู้เรียนจะฝึกแยกสิ่งที่เห็นภายนอกออกจากแรงจูงใจภายใน เพราะพฤติกรรมเดียวกัน เช่น “ทำงานหนักมาก” อาจเกิดจากแรงขับที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง บางคนทำเพราะกลัวผิด บางคนเพราะต้องการความสำเร็จ บางคนเพราะไม่อยากให้ผู้อื่นผิดหวัง หรือบางคนเพราะต้องการความมั่นคง สิ่งที่กระบวนกรต้องฟังจึงไม่ใช่เพียง what happened แต่รวมถึง why it matters to this person

    โมดูลนี้ยังฝึกทักษะที่สำคัญต่อบทบาทอาจารย์ที่ปรึกษาและ mentor โดยตรง ได้แก่ active listening, open-ended questioning, reflection, curiosity และการอยู่กับความไม่แน่นอนโดยไม่รีบตีความ

    สำหรับกระบวนกร

    เป้าหมายของการสัมภาษณ์ไม่ใช่การ “วินิจฉัย type” แต่คือการช่วยให้ผู้ถูกสัมภาษณ์สามารถมองเห็นตัวเองได้ชัดขึ้นจากเรื่องราวของตนเอง

    แนวคิดbehavior ≠ motivation · why it matters to this person ทักษะกระบวนกรactive listening · open-ended questioning · reflection · curiosity
    ดูภาพ “พฤติกรรมเดียวกัน แรงขับต่างกัน” →
  4. M4 · มองเห็นแรงขับที่อยู่ลึกกว่าลักษณ์

    ความหลากหลายภายใน Type เดียวกัน

    23–26 ธ.ค. 2570
    Instinctual Drives & Subtypes
    เบื้องหลังโมดูล และบทเรียนสำหรับกระบวนกรInstinctual Drives & Subtypes

    ก่อนที่เราจะคิดว่า “ควรสนใจอะไร” ความสนใจของเรามักถูกดึงไปยังบางเรื่องโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว

    แม้จะเป็นคนลักษณ์เดียวกัน บางคนก็อาจดูแตกต่างกันอย่างมาก ส่วนหนึ่งเกิดจากแรงขับทางสัญชาตญาณพื้นฐานที่แต่ละคนให้ความสำคัญไม่เท่ากัน โมดูลนี้จึงพาผู้เรียนสำรวจสาม instinctual drives ได้แก่ Self-Preservation / Survival, Social / Herd และ Sexual / One-to-One / Transmitting

    จุดสำคัญไม่ใช่การเรียนรู้ศัพท์เพิ่มอีกชุดหนึ่ง แต่คือการมองเห็นว่า ความสนใจของเรามักถูกดึงไปยังบางเรื่องโดยอัตโนมัติ บางคนไวต่อความมั่นคงและความปลอดภัย บางคนไวต่อบทบาทและการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ขณะที่บางคนไวต่อความเข้มข้นของความสัมพันธ์และพลังในการเชื่อมโยง เมื่อ instinctual drive มาปฏิสัมพันธ์กับ passion หรือแรงขับของแต่ละลักษณ์ จะเกิดรูปแบบเฉพาะที่เรียกว่า Subtypes ซึ่งช่วยอธิบายว่าทำไมคน Type เดียวกันอาจแสดงออกต่างกันมาก

    สำหรับกระบวนกร

    โมดูลนี้ช่วยลดกับดักสำคัญของการใช้ Enneagram คือการคิดว่าทุกคนในลักษณ์เดียวกันจะต้องเหมือนกัน และฝึกให้ facilitator มองเห็นความหลากหลายภายใน Type ก่อนที่จะตั้งข้อสรุป

    แนวคิดSelf-Preservation · Social · Sexual/One-to-One · Subtypes ทักษะกระบวนกรเห็นความหลากหลายภายใน Type ก่อนสรุป
  5. M5 · มองเห็นสิ่งที่คอยปกป้องแบบแผนเดิม

    รู้ว่าตัวเองมีแบบแผน ไม่ได้แปลว่าจะเปลี่ยนได้ทันที

    ปี 2571 · รอกำหนดวัน
    Defense Mechanisms
    เบื้องหลังโมดูล และบทเรียนสำหรับกระบวนกรDefense Mechanisms

    Defense mechanism ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกำจัด แต่เป็นสิ่งที่ต้อง “มองเห็น” ก่อน

    เมื่อเรียน Enneagram ไปลึกขึ้น เราจะพบว่าการ “รู้” ว่าตัวเองมีแบบแผนอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าเราจะเปลี่ยนได้ทันที เพราะจิตใจมีกลไกบางอย่างที่คอยปกป้องภาพของตนเองและทำให้เรากลับไปตอบสนองแบบเดิมโดยอัตโนมัติ โมดูลนี้จึงพาผู้เรียนเข้าใจ Defense Mechanisms ที่สัมพันธ์กับ Enneagram แต่ละลักษณ์

    กลไกที่ครั้งหนึ่งอาจช่วยปกป้องเรา อาจกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่สามารถรับรู้บางด้านของตนเองได้อย่างตรงไปตรงมา

    สำหรับกระบวนกร

    บทเรียนที่สำคัญยิ่งกว่าการจำ defense ของแต่ละ type คือการรู้เท่าทัน defense ของตัว facilitator เอง เพราะเมื่อผู้เข้าร่วมพูดหรือทำบางอย่างที่ trigger เรา กระบวนกรอาจรีบตีความ โต้แย้ง ช่วยมากเกินไป หรือพยายามควบคุมกระบวนการโดยไม่รู้ตัว โมดูลนี้จึงฝึกให้ facilitator “อยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้น” โดยไม่จำเป็นต้องรีบแก้ และแยกให้ออกระหว่าง facilitation กับ psychotherapy

    แนวคิดDefense mechanisms ของแต่ละลักษณ์ ทักษะกระบวนกรรู้เท่าทัน trigger ของตนเอง · facilitation ≠ psychotherapy
  6. M6 · บูรณาการสามศูนย์แห่งการรับรู้

    สะพานสู่การออกแบบการเรียนรู้สำหรับกลุ่มที่หลากหลาย

    ปี 2571 · รอกำหนดวัน
    Head, Heart & Gut
    เบื้องหลังโมดูล และบทเรียนสำหรับกระบวนกรHead, Heart & Gut

    เราทุกคนมีทั้งสามศูนย์ การเติบโตคือการเข้าถึง Body, Heart และ Head อย่างสมดุลมากขึ้น

    Enneagram แบ่งลักษณ์ทั้ง 9 ออกเป็นสามศูนย์ ได้แก่ Body/Gut Center, Heart Center และ Head Center ซึ่งช่วยให้เราเห็นว่ามนุษย์ไม่ได้รับรู้โลกผ่านกระบวนการเดียว บางคนพบโลกผ่านร่างกายและการลงมือ บางคนผ่านความรู้สึกและความสัมพันธ์ และบางคนผ่านความคิด การคาดการณ์ และการทำความเข้าใจ

    ความสำคัญของเรื่อง Three Centers ไม่ใช่เพียงการรู้ว่า Type ใดอยู่ศูนย์ใด แต่คือการเห็นว่าเราทุกคนมีทั้งสามศูนย์ และมักใช้บางศูนย์ได้คล่องกว่าศูนย์อื่น การเติบโตจึงไม่ใช่การทิ้งศูนย์ที่ตนถนัด แต่คือการเรียนรู้ที่จะเข้าถึง Body, Heart และ Head อย่างสมดุลมากขึ้น

    สำหรับกระบวนกร

    ผู้เข้าร่วมแต่ละคนอาจเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ไม่เหมือนกัน คนหนึ่งต้อง “คิดให้เข้าใจก่อน” อีกคนต้อง “รู้สึกว่าปลอดภัยก่อน” และอีกคนอาจต้อง “ลองทำก่อนจึงจะเรียนรู้ได้” — นี่จึงเป็นสะพานจากการเข้าใจ Enneagram รายบุคคล ไปสู่การออกแบบการเรียนรู้สำหรับกลุ่มที่มีความหลากหลาย

    แนวคิดBody/Gut · Heart · Head Center ทักษะกระบวนกรออกแบบการเรียนรู้สำหรับกลุ่มที่หลากหลาย
    ดูสามศูนย์บนแผนที่นพลักษณ์ →
  7. M7 · จากผู้เรียนสู่กระบวนกร Capstone

    ออกแบบและนำกิจกรรมนพลักษณ์ได้ทั้ง session

    ปี 2571 · รอกำหนดวัน
    Panel Interview & Practicum
    เบื้องหลังโมดูล และบทเรียนสำหรับกระบวนกรPanel Interview & Enneagram Facilitation Practicum

    จาก “คนที่เข้าใจ Enneagram” สู่ “คนที่สร้างพื้นที่ให้ผู้อื่นเรียนรู้ Enneagram อย่างปลอดภัยและมีความหมาย”

    โมดูลสุดท้ายเป็นพื้นที่ที่ผู้เรียนรวบรวมความรู้และทักษะจากทุกโมดูลมาใช้จริง การทำ Panel Interview แตกต่างจากการสอน Enneagram ด้วยการบรรยาย เพราะผู้เข้าร่วมไม่ได้เรียนจากคำอธิบายของผู้สอนเพียงอย่างเดียว แต่ได้ฟัง “เสียงจากข้างใน” ของคนที่มีประสบการณ์ของลักษณ์นั้นจริง ๆ

    โมดูลนี้จะขยายจากการสัมภาษณ์ไปสู่การออกแบบและนำกิจกรรมนพลักษณ์ทั้ง session ผู้เรียนจะฝึกตั้งแต่ opening, ground rules, sequencing, managing group dynamics, questioning, debriefing และ closure รวมถึงฝึกจัดกิจกรรมสำหรับนักศึกษาแพทย์ อาจารย์ หรือบุคลากรทางการแพทย์ในบริบทจริง

    สำหรับกระบวนกร

    หน้าที่ของกระบวนกรไม่ใช่การยืนยัน stereotype แต่คือการสร้างคำถามและบรรยากาศที่ช่วยให้ panelists ถ่ายทอดประสบการณ์ภายใน ตั้งแต่สิ่งที่ตนให้ความสนใจ แรงจูงใจ ความกลัว ความสัมพันธ์ ไปจนถึงสิ่งที่เริ่มมองเห็นเกี่ยวกับตนเองเมื่อเติบโตขึ้น

    แนวคิดPanel Interview · Capstone ของหลักสูตร ทักษะกระบวนกรopening · ground rules · sequencing · group dynamics · questioning · debriefing · closure

แผนที่นพลักษณ์ — สำรวจโครงสร้างที่เรียนในหลักสูตร

สัญลักษณ์เดียวกันนี้ถูกอ่านต่างกันในแต่ละโมดูล เลือกมุมมองด้านล่าง แล้วกดที่ตัวเลขหรือพื้นที่บนแผนที่

Enneagram map

อ่านแผนที่ผ่าน 3 มุมมอง

Enneagram คือแผนที่ของแบบแผนอัตโนมัติ

แผนที่นี้ตั้งใจ ไม่ใส่คำบรรยายลักษณะของแต่ละลักษณ์ — เพื่อไม่ให้กลายเป็นกล่องหรือ stereotype การค้นพบว่าตนเองตอบสนองจากแบบแผนใด เกิดขึ้นในกระบวนการเรียนรู้ ไม่ใช่จากการอ่าน

เส้นที่ร้อยผ่านทั้ง 7 โมดูล

ทุกโมดูลเดินตาม spiral เดียวกัน — วนกลับมาที่ 4 ขั้นเดิม แต่ลึกขึ้นทุกรอบ ชี้หรือกดที่แต่ละขั้นเพื่อดูว่ามันวนกลับมาอย่างไร

และตลอดทั้ง 7 โมดูล มีทักษะที่ผู้เรียนจะกลับมาฝึกซ้ำเสมอ

  • 01การอยู่กับปัจจุบัน
  • 02การสังเกตตนเอง
  • 03การฟังอย่างลึกซึ้ง
  • 04การตั้งคำถามโดยไม่ชี้นำ
  • 05การสะท้อนโดยไม่ตัดสิน
  • 06การสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้คนค้นพบคำตอบของตนเอง

การรับสมัคร 5 ประเภท

เลือกสมัครได้ 1 ประเภท — ผู้สมัครข้อ 2 และ 3 ถือว่าสมัคร Enneagram coach (ข้อ 5) ด้วย และ coach ทุกคนได้สิทธิ์เข้าอบรมรายโมดูล (ข้อ 4) ฟรี 1 ครั้ง

  1. 1

    ขั้นต้น — หลักสูตรกระบวนกร

    รับไม่เกิน 40 คน · ฟรี

    เพื่อให้เป็นผู้จัดกิจกรรม Workshop Basic Enneagram ให้นักศึกษาและบุคลากรได้ · รับประกาศนียบัตรกระบวนกรนพลักษณ์ขั้นพื้นฐาน

    คุณสมบัติ

    1. ผ่านการอบรมคอร์สนพลักษณ์ขั้นต้นจากองค์กรใดก็ได้ เต็มเวลาอย่างน้อย 2 วัน ทราบลักษณ์ของตนเอง และรู้จักโลกภายในของตัวเองบ้างแล้ว
    2. เป็นอาจารย์ในศูนย์แพทย์ฯ เครือข่าย CPIRD ทำงานด้านกิจการนักศึกษา / งานการศึกษา / อาจารย์ที่ปรึกษา / ผู้บริหารศูนย์แพทย์ ปีการศึกษา 2569 หรือก่อนหน้านั้นอย่างต่อเนื่อง (อนุโลมกรณีศึกษาต่อต่างประเทศ)
    3. เข้าอบรมได้ตลอดหลักสูตร 7 ครั้ง ในช่วง 1 ปีครึ่ง
    4. อายุไม่เกิน 55 ปี และไม่มีแผนลาออกจากราชการ / ลาศึกษาต่อต่างประเทศ 3–5 ปีนับจากวันสมัคร
    5. มีหนังสือรับรองจาก ผอ.ศูนย์แพทย์
  2. 2

    ขั้นเชี่ยวชาญ — ทีมวิทยากรผู้ช่วย

    รับ 20 คน

    จัด Workshop Advance Enneagram และเป็นโค้ช 1:1 ให้ผู้เรียน TOT ขั้นต้น · รับประกาศนียบัตรกระบวนกรนพลักษณ์ขั้นเชี่ยวชาญ

    คุณสมบัติ เคยผ่านการอบรม TOT CPIRD Enneagram มาก่อน · ไม่จำกัดอายุ

  3. 3

    ทีมวิทยากรหลัก

    รับ 15 คน

    คุณสมบัติ เฉพาะผู้ที่เคยเป็นกระบวนกรผู้ช่วยคอร์ส TOT CPIRD Enneagram รุ่นที่ 5 ทั้งที่ได้รับและยังไม่ได้รับประกาศนียบัตรขั้นเชี่ยวชาญ

  4. 4

    เข้าอบรมรายโมดูล

    โมดูลละไม่เกิน 20 คน · 2,000 บาท

    ชำระเงินเอง เบิกไม่ได้ ไม่มีใบเสร็จ

    คุณสมบัติ เฉพาะผู้ที่จบ TOT CPIRD Enneagram รุ่นที่ 1–5

  5. 5

    Enneagram coach

    รับ 50 คน

    เป็นโค้ช 1:1 ให้ผู้เรียน TOT ขั้นต้น · ได้สิทธิ์เข้าอบรมรายโมดูลโดยไม่ต้องชำระ 2,000 บาท จำนวน 1 ครั้ง

    คุณสมบัติ เคยผ่านการอบรม TOT CPIRD Enneagram มาก่อน

ข้อมูลการรับสมัครอาจมีการปรับแก้ — ยึดตามประกาศล่าสุดบนหน้านี้

ถ้าคุณอยากเป็นกระบวนกรที่ช่วยให้คนค้นพบตัวเอง มากกว่าบอกว่าเขาเป็นใคร นี่คือที่ของคุณ

CPIRD TOT Enneagram รุ่นที่ 6 สำหรับอาจารย์แพทย์ที่ปรึกษาในเครือข่าย CPIRD — เปิดรับสมัคร 1 ตุลาคม – 13 พฤศจิกายน 2569 · อบรมที่บ้านผู้หว่าน สามพราน นครปฐม

สมัครเข้าร่วมอบรม